ไดอารี่

ช่วงนี้อ่านหนังสือ ที่เป็นตัวหนังสือเยอะ (ปกติอ่านแต่การ์ตูน) เลยอยากเขียนอะไรบ้าง

เลยจะเขียนไดอารี่ วันศุกร์ได้สมุดเล่มเล็กๆจาก b2s เซนทรัลพระรามเก้ามาเล่มหนึงละ

ตะกี้อ่านหนังสือ 52 วัน ของเปเล่ บันทึกการเดินทางรายการโรมมิ่ง เล่าเรื่องคล้ายๆไดอารี่ เลยมีอารมณ์อยากเขียนขึ้นมา

หาสมุดที่ซื้อมาเจอ แต่ขี้เกียจหาปากกา แต่ดันมีอารมณ์อยากพิมพ์เอาเองมากกว่าเขียน เลยมาอัพใส่บล็อก

ตะกี้คิดได้เยอะแยะว่าจะอัพอะไร นี่ลืมอีกแล้ว ตีสี่แล้ว เริ่มง่วง คงเบลอๆไปหน่อย

ช่วงนี้นอนเวลานี้ กลายเป็นคนยุโรปไปแล้ว แล้วก็ตื่นบ่าย ไอ้ห่า ไปทำงานสาย

นอยด้วย กลัวหลับแล้วตายไปเลย คือมันป่วยๆอยู่ หายใจไม่ค่อยถนัดมีน้ำมูก คุยกับพี่ที่ทำงาน เค้าเล่าว่าเพื่อนเค้าไปรักษาโรคนอนแล้วไม่หายใจ อาการคล้ายๆเรา

ทีนี้นอยเลย รู้สึกหายใจไม่ค่อยเต็มปอดมาหลายวันแล้ว จากที่เคยนอนดึกอยู่แล้ว กลายเป็นดึกหนักเข้าไปอีก

อ่อ วันนี้ไปงานหนังสือมา บันทึกไว้หน่อยดีกว่า โดนไปเป็นพันเหมือนกัน

ได้การ์ตูน เมชินก้า แซด มาชุดหนึง

การ์ตูนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาสามเล่ม

กลับหลังหันเล่มสอง ของ ใครวะ จำชื่อคนเขียนไม่ได้ ปาเจโร หรืออะไรซักอย่างเนี๊ยะ

ที่บูทนี้ ตอนซื้อ จอนวินยู มาอยู่ตรงบู๊ทด้วย แม่งคนขายถ่ายรูปกันใหญ่ อายเลยรีบๆเดินออกมา

ไม่รุ้จะอายทำไมไม่มีใครสนใจกูซักคน

แล้วก็ได้ หนังสือ สครับ , กรูฟไรเดอร์ และก็  52 วัน มา สามเล่มนี้บูทเดียวกัน

ครบยังวะ อ่าน กลับหลังหันจบไปละ เล่มนี้ สนุกดี ดีกว่าเล่มหนึง อ่านเข้าใจง่าย

การ์ตูนทั้งสองเรื่อง อ่านเล่มหนึ่งไปอย่างละครึ่งเล่ม แล้วมาอ่าน 52 วันแทน จนต้องมานั่งเขียนไดอยู่เนี๊ยะ

ตอนเดินในงาน ไปที่บู๊ทหนังสือภาษาอังกฤษ คนขายมันทักว่าฝนตกเหรอ คือตูเหงื่อท่วมตัวเลย แบบว่าขี้ร้อน ก็หัวเราะแหะๆไป แล้วบอกว่า เปล่า คือกูร้อน พูดยังไม่ทันขาดคำ พนักอีกคนโผล่หัวมา แล้วถามว่า อ้าวน้อง ฝนตกเหรอ ทีนี้ขำเลย ไอ้ห่า กูพึ่งตอบอีกคน ยังไม่จบประโยคเลย

แล้วก็เดิน ทั่วงานเลย รอบนี้ไปคนเดียว ได้เดินจุใจ ปกติไปกะคนอื่น จะเหนื่อยกันก่อนที่จะเดินรอบงาน

เจอโอตากุ สามก๊กด้วย แม่งพกพัดขงเบ้งมาเลยห่า

เจอวิน เลียววาริน ชื่อนี้เปล่าวะ นั่งแจกลายเซนต์อยู่ด้วย สบตากับแกด้วย แกคงสงสัย ว่าไอ้อ้วนนี่เป็นใคร ทำไมยืนดูหนังสือแก แต่ไม่เข้ามาขอลายเซนต์

ซื้อหนังสือ สครับ , กรูฟไรเดอร์ และก็  52 วัน มาจากร้านเดียวกัน เห็นมันขายอยู่กับหนังสือของฟลัว หนังสือฟลัวนี่ ซื้อมาแล้วดอง พออ่าน ก็อ่านรวดเดียวจบเลย เช้ามาไปทำงานสายเหมือนเดิม

รอบนี้ระวังตัวในการซื้อมาก เพราะมีหลายเล่ม ซื้อแล้วยังไม่ได้อ่า ขนาดระวังแล้ว ยังซัดมาชุดใหญ่เลย

ในงานสาวแจ่มๆไม่ค่อยมี ทำให้เชื่อมั่นหนักเข้าไปอีกว่า สวยๆฉลาดๆเป็นหนอนหนังสือหายาก หาเจอต้องจัดโดยไว

ซื้อเสร็จ แวะที่เทอมินอล 21 ห้างนี้ดี แวะขี้ทุกวัน แต่วันนี้ไม่ขี้ แวะกินข้าวแทน อารมณ์อยากอ่านหนังสือที่ซื้อมากับเหนื่อย

เดินแม่งตั้งแต่ 6 โมง (เริ่มเดินออกจากทิสโก้ ฝนตกด้วย ห่าน) จนถึงสามทุ่มเลย

กลับมาถึงห้อง ก็อ่านหนังสือต่อ แล้วหลับไป ตื่นมาเกือบเที่ยงคืน

 

สัด ปืนแตก แพ้ควีนปาร์คไป 2-1

ห่า

สกาล่า ลิโด้

ก่อนจะเขียน ผมนั่งอ่านข่าวนี้อยู่หลายรอบ เตรียมไล่รื้อสยามสแควร์ทำช็อปตึกสูง อ่านว่าเค้าจะทำอะไร จะรื้อโรงหนังจริงเหรอ

อ่านจบก็เข้าใจว่าจุฬาต้องการพัฒนาให้มันดีขึ้น ซึ่งคงจะได้กำไรจากหลายๆอย่างเพิ่มมากขึ้น

แต่ก็เสียใจนิดหนึง ที่คนที่คิดจะพัฒนาตรงนี้ ไม่ใช่องกรค์ บริษัท หรือการรวมตัวกันของเจ้าของทุนใดๆ ที่มุ่งหวังแต่เงินทอง แต่เป็นจุฬาในนามของมหาลัย ซึ่งน่าจะคิดอะไรหลายๆอย่างมากกว่าเรื่องเงินทอง

ผมลองนั่งเปิดเว็บ หาดูรูปพวกสถานที่ท่องเที่ยวดังๆใจหลายๆประเทศ ตามรูปที่ผมแปะๆมา อิตาลี ฝรั่งเศส กรุงปราก ปักกิ่ง ส่วนใหญ่ ก็ยังคงตึกสมัยเก่าๆไว้ มีร้านค้าเล็กๆ สวยๆรูปริมถนน ผมดูแล้วมันน่าเที่ยว มากกว่า เดินไปทางไหนก็เจอแต่ห้าง

ผมพึ่งดูหนังที่ลิโด้ กับสกาล่าจริงๆจังๆ ก็ช่วงหลัง หลังจากที่โรงหนังสยามโดนพวกเสื้อแดงเผาไป แล้วเค้ามีข่าวลือกันว่า โรงหนังจะเจ๊ง จนต้องปิดตัวลงไป

ก็เลยไปลองอุดหนุนเค้าดู ก็พบว่า เป็นโรงหนังที่ยังคงราคาค่าตั๋วไว้ที่ 100 บาท ไม่ขยับตามเจ้าใหญ่ๆที่บ้าเลือดขึ้นราคาแล้วขึ้นราคาอีก คนที่มาดูในโรงส่วนใหญ่ก็สุภาพ ไม่คุยกันในโรง หนังตัวอย่างก็ไม่มีโฆษณามาให้รำคาญใจ ช่วงหลังๆก็ดูที่นี่ตลอด เว้นเสียแต่ว่า พวกหนังฟอร์มใหญ่ๆ จะไม่เข้า ก็ต้องไปดูที่อื่น ซึ่งตอนนี้ 180 แล้ว!!

ล่าสุด ดู the artist เป็นหนังขาวดำ ย้อนไปในสมัยก่อน เกี่ยวกับวงการภาพยนต์นี่แหละ ในหนังมีฉายภาพของโรงหนังในสมัยก่อน ซึ่งองค์ประกอบต่างๆ มันเป๊ะกับโรงหนังสกาล่ามาก ดูเสร็จผมก็นึกถึงสมัยก่อน สกาล่าคงเป็นโรงหนังหรูๆที่มีคนมากมายเข้ามานั่งดูภาพยนต์กัน

ถ้าสองโรงนี้โดนทุบไปจริงๆ ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะตอนนี้โรงหนังต่างๆ ก็อยู่ในห้าง หรือไม่ก็เป็นโรงหนังที่เหมือนห้างสรรพสินค้าไปแล้ว(พวกโรงเมเจอร์)

อยากจะดูหนังให้ได้บรรยากาศแบบนี้คงไม่มีอีกแล้ว

เสียดายจริงๆครับ

 

 

รูปภาพจาก http://www.visualtravelguide.net